ค้นหา

12 เทคนิค เรียนอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ🤓



สวัสดีค่ะ น้องๆทุกคน หลายๆคนคงกำลังมีปัญหากับการเรียนอยู่ใช่ไหมคะ บางคนก็มีคำถาม ทำไมเราถึงเรียนไม่ค่อยเข้าใจ ทั้งๆที่เข้าเรียนก็ครบทุกคาบ อย่าเพิ่งท้อใจไปนะคะ นั่นอาจเป็นเพราะว่า การเรียนให้มีประสิทธิภาพ อาจไม่ได้ขึ้นกับการเข้าเรียนให้ครบเวลาเพียงอย่างเดียวนะคะ วันนี้ พี่แอดมินมี 12 เทคนิค ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน จากสถาบันด้านการศึกษา Oxford Learning จากประเทศอังกฤษมาฝากกันค่ะ


(1) ฝึกตนเองให้เป็นคนมีระเบียบ

มีสมุดจดการบ้าน และจดงานลงสมุดทันทีที่ได้รับมอบหมาย จะได้ไม่ลืมทำหรือลืมส่งการบ้านนะคะ

(2) ตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้มากที่สุด

การตั้งใจเรียนในห้องเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าไม่เข้าใจแล้วต้องกลับมาอ่านเอง อาจทำให้งงกว่าเดิม และอาจทำให้ไม่เข้าใจเค้าโครงของเรื่องที่กำลังเรียนและปะติดปะต่อไม่ได้อีกด้วย ดังนั้น น้องๆควรให้ความสำคัญกับการเรียนในห้องเรียน หลีกเลี่ยงการพูดคุยกับเพื่อน และจดลงสมุดด้วยภาษาของตนเอง จะได้ไม่หลุดโฟกัสนะคะ

(3) อยู่ให้ห่างจากสิ่งรบกวน

สิ่งรบกวนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน โทรศัพท์มือถือ หรือ Social media อาจทำให้น้องๆเสียสมาธิจากการเรียนได้นะคะ น้องๆอาจจะต้องปฏิเสธการพูดคุยกับเพื่อนขณะที่ครูกำลังสอน และปิดโทรศัพท์มือถือ จะได้ไม่ต้องหันไปมองทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือนนะคะ

(4) จดโน้ตย่อให้ครบถ้วนและสมบูรณ์

การตั้งใจจดโน้ตในห้องเรียนเป็นสิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้เลยนะคะ เพราะโน้ตจะเป็นสิ่งที่น้องๆใช้ทบทววนหลังเลิกเรียน ช่วยให้น้องๆสามารถเรียบเรียงเนื้อหาที่เรียนในแต่ละคาบได้ดีขึ้น แล้วยังเป็นสิ่งที่น้องๆจะใช้ทบทวนก่อนสอบอีกด้วย และหากน้องๆจำเป็นต้องขาดเรียน อย่าลืมขอยืมโน้ตของเพื่ิอนมาจดในแบบของตนเองนะคะ จะได้ไม่พลาดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องในแต่ละบทเรียนค่ะ

(5) ถามคำถาม เมื่อมีข้อสงสัย

อาจจะยกมือถามในคาบเรียน หรือรอถามหลังเลิกเรียนก็ได้นะคะ แต่อย่าเก็บคำถามนั้นไว้หลายวันนะคะ เพราะน้องๆอาจจะลืม และมองข้ามความสำคัญของคำถามนั้นไปได้ค่ะ การตั้งคำถามเป็นสิ่งที่ดี เพราะนั่นหมายความว่าน้องๆตั้งใจเรียนในคาบเรียนนะคะ อย่าอายที่จะถามครูนะคะ

(6) ทำตารางเรียน/อ่านหนังสือ

การทำตารางเรียน จะทำให้น้องๆมีเป้าหมายในแต่ละวัน ว่าวันนี้ มีเรียนวิชาอะไรบ้าง มีการบ้านต้องส่งหรือไม่ ทำเสร็จหรือยัง ต้องกลับมาอ่านทบทวนวิชาไหน จะได้ไม่ต้องอ่านหนังสือแบบอัดแน่น ในช่วงใกล้สอบนะคะ นอกจากนี้ การทำตารางเรียนรายภาคการศึกษา ยังทำให้น้องๆได้รู้ ว่าในภาคการศึกษานี้ ต้องเรียนทั้งหมดกี่บทเรียน เพื่อจัดระเบียบเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง จะได้จัดสรรเวลาในการอ่านหนังสือทบทวนแต่ละบทเรียนได้อย่างเหมาะสมอีกด้วยค่ะ

(7) ทบทวนบทเรียนทุกเย็นหลังเลิกเรียน

การทบทวนบทเรียนทุกเย็นหลังเลิกเรียน และจดเพิ่มเติมในสิ่งที่จดไม่ครบ จะช่วยให้เราไม่ลืมสิ่งที่เพิ่งเรียนไป นอกจากนี้ ยังควรหาข้อมูลเพิ่มเติม และฝึกทำโจทย์ปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้อง จะยิ่งช่วยให้เราจำบทเรียนของแต่ละวันได้ดีขึ้น ที่สำคัญ บทเรียนที่เพิ่งเรียนไปนั้น จะยังอยู่ในความจำระยะสั้น การทบทวนทันทีหลังเลิกเรียน จะช่วยให้สมองย้ายความรู้ใหม่นี้ ไปอยู่ในส่วนของความจำระยะยาว ซึ่งจะมีประโยชน์มาก ในการสอบครั้งใหญ่ในอนาคต นอกเหนือจากการสอบปลายภาคด้วยค่ะ

(8) ปรึกษาครู ทั้งเรื่องที่มีข้อสงสัย และแนวทางการเรียน

ครูเต็มใจที่จะให้คำปรึกษากับน้องๆเสมอนะคะ ครูสามารถประเมินศักยภาพในการเรียนของน้องๆแต่ละคน และช่วยเสริมในสิ่งที่น้องๆขาดได้นะคะ หากน้องๆกล้าที่จะปรึกษาครู ก็จะทำให้น้องๆกล้าตั้งคำถามในห้องเรียน ช่วยเพิ่มความเข้าใจในเนื้อหาได้อีกด้วย นอกจากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนแล้ว ครูยังสามารถแนะแนวทางการศึกษาให้น้องๆได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น วิธีการเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หนังสือที่ครูแนะนำให้อ่านเสริม แหล่งข้อมูลที่มีโจทย์ปัญหาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแนวทางการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นอีกด้วย

(9) หาที่อ่านหนังสือที่เหมาะกับเรา

น้องๆบางคนชอบอ่านหนังสือในสถานที่ที่เงียบสนิท เช่น ห้องสมุด แต่บางคนอาจจะชอบอ่านในที่ที่มีเสียงรบกวนเล็กน้อย เช่น ร้านกาแฟ โถงนั่งเล่นใต้อาคารเรียน หรืออาจจะเป็นสวนสาธารณะก็ได้ หาให้เจอนะคะ ว่าสภาพแวดล้อมแบบไหน ที่ทำให่้น้องๆมีสมาธิในการอ่านหนังสือมากที่สุด

(10) อ่านหนังสือ 30 นาที พัก 10 นาที

การอ่านหนังสือเป็นช่วงๆ ในระยะเวลาสั้นๆ ต่อด้วยการพักเบรคสัก 10-15 นาที จะช่วยให้ความจำดีขึ้น และมีสมาธิการกับการอ่านมากขึ้น แถมยังใช้เวลาในการทำความเข้าใจบทเรียนน้อยลงอีกด้วย วิธีีนี้ ดีกว่าการจดจ่ออ่านหนังสือติดต่อกันหลายชั่วโมง เพราะในช่วงท้าย น้องๆอาจเสียสมาธิ และต้องอ่านข้อความบรรทัดเดิมซ้ำหลายรอบ ทำให้เสียเวลามากขึ้น แล้วยังไม่เข้าเรียนบทเรียนอีกด้วย ลองปรับกันดูนะคะ

(11) ทำโน้ตย่อด้วยตนเอง ใช้สี ตาราง และแผนภาพช่วยเพิ่มความจำ

พี่แอดมินขอเน้นย้ำนะคะ ว่าอยากให้น้อง "ทำโน้ตย่อด้วยตนเอง" จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจำได้มากทีเดียว เพราะนอกจากน้องๆจะได้ใช้ภาษาของตนเองแล้้ว "การเขียน" ยังช่วยเพิ่มความจำได้มากกว่า "การอ่าน" เพียงอย่างเดียวอีกด้วย นอกจากนี้ ในการทำโน้ตย่อ น้องๆอาจใช้สี รูปภาพ แผนภาพ หรือตาราง มาช่วย เพราะสิ่งเหล่านี้ ทำให้น้องๆจำเนื้อหาได้ดีกว่าตัวหนังสือหลายเท่าเลยค่ะ

(12) ติวกับเพื่อน ทั้งสนุก และได้ความรู้

การติวกับเพื่อน เป็นการทบทวนเนื้อหาที่เรียนได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเป็นการกระตุ้นให้น้องๆต้องพูด ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบ Active learning เพราะก่อนจะพูด น้องๆต้องทบทวนและผ่านกระบวนการคิดก่อนเสมอ การติวเป็นกลุ่ม ยังเป็นโอกาสในการแชร์ความรู้ซึ่งกันและกัน "ให้" ในสิ่งที่เรารู้ และ "รับ" ในสิ่งที่เราไม่รู้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเครียดในการต้องอ่านหนังสือคนเดียว ทำให้น้องๆไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกด้วยค่ะ


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 12 เทคนิค เรียนอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ มีข้้อไหนที่น้องๆทำเป็นประจำอยู่แล้วบ้าง และมีข้อไหนที่น้องๆคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ สามารถนำไปปรับใช้ได้เลยนะคะ

หากทำตามวิธีนี้แล้ว ยังมีข้อสงสัย และต้องการติวเตอร์ช่วยติวเข้ม ให้ Find Us Tutor ช่วยสิคะ!

สอบถามคอร์สเรียน/ตามหาติวเตอร์ส่วนตัว สอบถามได้ค่ะ😍

Line: @020oygxf https://lin.ee/31CLG06A7

Tel: 080-4255145 (แอดมินพี่บี)

Website: www.findustutor.com

อย่าลืมกดติดตามเฟซบุ๊คแฟนเพจ จะได้ไม่พลาด content ดีๆเกี่ยวกับการศึกษา👇

Facebook: https://www.facebook.com/findustutor


แล้วพบกันใหม่ในโพสต์หน้านะคะ 👋

มีติวเตอร์ทุกวิชา

1. มีระเบียบ จดการบ้าน/งานลงสมุด

1. มีระเบียบ จดการบ้าน/งานลงสมุด

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น